เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
อ.เมืองจันทร์, จ.ศรีสะเกษ 33120, Thailand
รับรองโดย อ.mujjalin //mailto:gorn001@gmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ตำนานผีปอบแลกหน้า

ตำนานผีปอบแลกหน้า
ในบรรดาผีร้ายแล้วนั้น ผีปอบจัดว่าเป็นอสูรกายขั้นที่มีฤทธิ์เดช มีอาคมที่สามารถแสดงออกมาต่อกรกับฝ่ายเทพ หรือบุญฤทธิ์ได้ไม่น้อยหน้ากว่ากัน เพียงแต่ว่าฝ่ายมารหรืออธรรม นั้นเป็นการเป็นไปเพื่อล้างพลาญ ทำลายล้าง เพื่อการไม่ก่อเกิดความสมัครสมานสามัคคี หรือการแตกแยกนั้นเอง ในขั้นมารที่มีฤทธิ์นั้น ผีปอบเป็นอสูรกายชั้นอบายภูมิ มีเมืองอยู่ที่เป็นดินแดนลี้ลับไม่ปรากฏให้โลกมนุษย์หรือโลกวิญญาณได้รับรู้เห็นเช่นทราบความเป็นไป หากไม่มีผู้ศึกษาแล้ว จึงไม่รู้รายละเอียดได้เลย เมื่ออสูรกายเช่นนี้ ขึ้นมาพลุกพล่านในโลกมนุษย์ จึงอาศัยคนหรือมนุษย์ผู้โลภมีกิเลสอยากได้อยากมี เอาวิชาต่างๆมาล่อให้หลงไปเล่าเรียนโดยการบ่น สาบาน เป็นเครื่องผูกมัดจิตใจตนจนสืบถึงลูกถึงหลานตามสายโลหิต ที่กล่าวได้ว่า เป็น กัมมพันธุ กัมมโยนิ กัมมปฏิสรณา เมื่อได้สาบานแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องผูกมัดแล้ว มันก็อาศัยคำสัญญาสาบานนั้นเป็นเครื่องอาศัย สิงสู่ร่างของมนุษย์เพื่อออกหากินในยามที่ต้องการ ในตัวอย่างวิชามารของอสูรกายที่เป็นสิ่งล่อลวงใจมนุษย์ตัวอย่างเช่น วิชาข้าวขึ้นเล้า วิชาเลี้ยงม่อนไหม วิชาธรรมบันดาล วิชาอาพัดเหล้า วิชาอ้อปล่อง หรือในแนวเดียวกันที่พยายามฝืนกฏธรรมชาติ ไม่เป็นไปตามวิถีของกรรม เมื่อผีปอบได้แก่อาคมวิชาขึ้นจากการสะสมวิญญาณสัตว์น้อยใหญ่ที่ตนได้ฆ่ากินลงไป จนสามารถแปลงกายได้เป็นลักษณะต่างๆถึง 63 หน้า สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์เหนือวิญญาณทั่วไป หรือแม้แต่เทพชั้นต้นได้ จึงไม่แปลกเลยที่ผีปอบบางตัวหรือตัวเดียวหลายวิญญาณสิงสู่ เช่น ผีปอบ 9 ตัว 12 ตัว สามารถเดินทางผ่านเขตแดนข้ามตำบล อำเภอจังหวัดไปได้โดยไม่ยำเกรงเจ้าที่เจ้าทาง พระภูมิมิหลักเมืองเลย หรือ แม้แต่พระภิกษุ สามเณรวัดวาอารามก็ไม่ยำเกรงหวาดกลัว หาก พระนั้นไม่ได้ทรงศีลบริสุทธิ์มีอิทธิฤทธิ์ปราบมารแล้ว จะไม่สามารถขับไล่ถอดถอน ป้องกันอาคมฤทธิเดชของมันไปได้เลย ทั้งยังชักจูงจิตใจคนให้หลงมอมเมาในทรัพย์สินเงินทอง หวยรวยเบอร์ อันเป็นอบายมุขที่เป็นหนทางสู่อบายภูมิที่เหล่าผีปอบเหล่านี้คุ้นเคย

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

พระพุทธคาถาที่สำคัญประจำบ้าน


คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า
อิติปิโส วิเสเสอิ     อิเสเส พุทธะนาเมอิ     อิเมนา พุทธะตังโสอิ      อิโสตัง พุทธะปิติอิ
 พุทธคุณและอุปเทห์ : อาราธนาทำน้ำมนต์ ทำด้ายสายสิญจน์กัน แก้คุณผี คุณไสยฯ คุณการกระทำทั้งปวงได้

คาถาพระพุทะเจ้า 16 พระองค์
นะมะนะอะ นอกอนะกะ กอออนออะ นะอะกะอัง อุมิอะมิ มะหิสุตัง สุนะพุทธัง อะสุนะอะ
พุทธคุณและอุปเทห์  : เป็นสุดยอดของพระคาถา เสมือนเป็นนายกของคาถาทั้งปวง มีพุทธคุณสูงส่ง เป็นเกราะกำบังกาย ช่วยเสริมกำลังจิต ขจัดภัยพาลหมู่มารร้าย รักษาจิตประสาทจากคุณไสยศาสตร์ทั้งปวง
คาถาอิติปิโสถอยหลัง
ติวาคะภะ โธพุทณัง สานุตมะวะเทถา สัตถิระสา มะถัมสะริปุโร ตะนุตอะทู วิกะโลโต คะสุโนปัน สัมนะระจะสาวิชโธ พุทสัมมา สัมหังระอะวาคะภะโสปิติอิ
พุทธคุณและอุปเทห์ : ถอดถอนอาคมร้าย คุณไสยคุณผีคุณการกระทำต่างๆ

ทำความรู้จักกับมนุษย์หุ่นฟาง หรือหุ่นพยนต์ อันเป็นของอิทธิฤทธิ์กัน

มนุษย์หุ่นฟาง

มนุษย์หุ่นฟาง หรือหุ่นพยนต์ ที่ผูกขึ้นด้วยฟางหรือหญ้าคา นั้น ในสมัยโบราณได้ทำการผูกขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของผู้ที่ลงอาคมเพื่อกิจการงานอันใดอันหนึ่งของเจ้าของที่ได้มีไว้ครอบครองเช่น ต่อสู้คุณไสยมนต์ดำต่างๆ เฝ้าบ้านยามวิกาล ฯลฯ

วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558

มีดหมอ เทพศาสตราวุธ อาวุธประจำกายของชายชาตรี

ด้ามงาฝักงาขนาดปากกา
หลวงปู่พันธ์ วัดหนองจิก จ.พิจิตร
ศิษย์หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

ว่านไพลดำ-ว่านแห่งอิทธิฤทธิ์

         ว่านไพลดำ เป็นว่านในจำพวกแสดงฤทธิ์ออกมาได้ ความหมายของการแสดงฤทธิ์ ออกมานั้นคือ การที่ว่านสามารถออกฤทธิ์ในการรักษาโรค รักษาอาการทางจิตวิญญาณของคนที่ไม่ปกติได้ เช่นการเหม่อลอยด้วยสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ หรืออาการผีเข้าที่ชาวบ้านทั่วไปเข้าใจกัน เป็นต้น
แล้วในความเป็นจริงนั้นคือ อะไรกันแน่ ระหว่างอาการที่เรียกว่าผีเข้า หรืออาการทางจิตประสาท  เรื่องของภูติผีปีศาจนั้น เป็นเรื่องที่เล่าขานกันมาแต่โบราณกาลทุกชาติทุกภาษาล้วนมีเรื่องราวเกี่ยวกับโลกหลังความตายทั้งสิ้น ในส่วนของไทยก็เช่นกัน เมื่อเรื่องราวของผีเกิดขึ้น ว่านต่างๆหรือสิ่งที่แก้ทางในเรื่องดังกล่าวก็ปรากฏขึ้นด้วยตามภูมิปัญญาของครูบาอาจารย์แต่โบราณกาล
         การรักษาโดยว่านนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดมาแต่สมัยใด ในส่วนของบรมครูทางแพทย์แผนโบราณนั้น ก็ยกย่องปู่ชีวกโกมารภัท ผู้เป็นแพทย์ประจำพระองค์ในสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าเป็นบรมครูทางแพทย์ จึงอนุมานว่าการเกิดการรักษาโดยวิธีทางธรรมชาตินั้นคงเกิดมาพร้อมกับการเกิดมนุษยชาติ
        ว่านไพลดำเป็นพืชล้มลุก จำพวกพืชมีเหง้าแตกหน่อ เจริญเติบโตได้ดีในแถบร้อนชื้น ลงหัวในฤดูแล้งขาดแคลนน้ำในช่วงเดือน ๓- เดือน ๕ มีใบเรียวแหลมก้านใบมีสีดำ ลักษณะโดยรวมเหมือนว่านไพล เพียงแต่มีสีดำของก้านและหัว
        การนำไปใช้ในทางอิทธิวิธี ให้นำต้นลงกระถางต้นไม้ จุดเทียนบูชา ๑ เล่มหรือ ๑ คู่ จุดธูปบูชาเทพคุ้มครองว่านจำนวน ๙ ดอก บอกกล่าวให้ช่วยรักษาคุ้มครองป้องกันภัยจากผีร้าย มารอสูรกายต่างๆ นำไปวางไว้ในสถานที่อันสมควรไม่ต่ำเกินให้คนเดินข้ามไปมา อาจวางไว้ด้านหน้าบ้านเรือนได้
        ว่านไพลดำจะมีอิทธิฤทธิ์ในการคุ้มครองภัยจากอสูรกาย ผีร้ายได้ ซึ่งผีร้ายจำพวกนี้จะมีคาถาอาคม ซึ่งก็ไม่อาจที่จะทนต่ออำนาจว่านนี้ได้
        การนำหัวว่านไปใช้ ให้บอกกล่าวจุดธูปเทียนดังที่ได้แนะนำไว้ก่อน จากนั้นขุดเอาหัว โดยการประกอบพิธีนำหัวไปใช้ทางอิทธิฤทธิ์ ควรทำในวันอังคาร หากนำมาทานเป็นยาด้วย ให้ทำในวันพุธ
        การปลูกและการเก็บหัวว่าน จะปลูกในเดือน ๖ เก็บกู้หัวว่านในเดือน ๓ การนำมาใช้ก็ใช้การขุดเก็บในวันอังคารเพื่อผลทางอิทธิฤทธิ์ ถ้าต้องการผลทางยาให้ใช้วันพุธ
        

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ตระกรุดหลวงพ่อทบ วัดพระพุทธบาทชนแดน ยุคต้น




สังเกตุลายพันเชือกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เส้นด้ายต้องเก่าแท้และโดยเนื้อตระกรุดที่เป็นตระกั่วทุบเก่าโบราณต้องเก่ามีสนิมปรอทเจือจางออกสีแดงความเก่าของตระกั่วมีไคลไขตระกั่วออกสีขาวนวลตา